ดู: 1533|ตอบกลับ: 1

กลุ่มยาฮอร์โมน

[คัดลอกลิงก์]
本帅哥不在啊,留言给我啊!
       

สมาชิกคนที่: 4 ของเว็บ
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
โพสต์: 1852 กระทู้
เครดิต: 4778 จุด
0
2926
0


ออนไลน์: 678 ชั่วโมง
เข้าสู่ระบบ: 2012-09-28
EXP:
โพสต์เมื่อ 2012-09-28 08:59:05 |ดูโพสต์ทั้งหมด
4f0b1700846567df2200df39.jpg


กลุ่มฮอร์โมน


     อ๊อกซี่โทซิน - Oxytocin INJECTION  ยาฉีดสำหรับสัตว์   

อ๊อกซี่โทซิน
Oxytocin INJECTION
ส่วนประกอบ :
  »    ใน 1 ซี.ซี.  ประกอบด้วย อ๊อกซี่โทซิน 10 ยูนิต

สรรพคุณ :






  • เป็นยาช่วยเร่งการคลอด โดยเฉพาะในสัตว์ที่คลอดลำบาก
  • ช่วยให้น้ำนมไหล
  • ช่วยป้องกันการตกเลือดหลังคลอด


ข้อควรระวัง :


   1. ยานี้อาจทำให้เกิดช๊อคได้
   2. ห้ามใช้ในกรณีที่สัตว์คลอดยาก เนื่องจากลูกสัตว์มีท่าคลอดที่ผิดปกติ

วิธีใช้และขนาดของยา :
ให้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือใต้ผิวหนัง
วัว ควาย ม้า50-100ยูนิต
แพะ แกะ สุกร 30-50ยูนิต
สุนัข 2.5-30ยูนิต
แมว 2.5-10ยูนิต

ฉีดเข้าเส้นเลือดดำ
วัว ควาย สุกร 30 – 50 ยูนิต (ช่วยให้มีน้ำนมไหลเท่านั้น) ไม่ควรใช้น้ำนมจากสัตว์ที่ได้รับยานี้ภายใน 72 ชั่วโมง หลังให้ยาครั้งสุดท้าย เป็นอาหาร




  • ควรหยุดให้ยาก่อนที่จะนำสัตว์ไปฆ่า อย่างน้อย 3 อาทิตย์
การเก็บรักษา:
ควรเก็บในที่มีอุณหภูมิระหว่าง 2 องศาเซลเซียส ถึง 10 องศาเซลเซียส
ขนาดบรรจุ:
หลอดแก้ว 1, 2 มิลลิลิตร
ขวดแก้ว 1, 2, 10, 20, 50, 100, 200 มิลลิลิตร





      

    ลูทาไลส์ - Lutalyse  ยาฉีดสำหรับสัตว์   

ลูทาไลส์ - Lutalyse
ยาสัตว์ ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อใน โค กระบือ ม้า และสุกร
ส่วนประกอบ :


   ใน 1 ซี.ซี.  ประกอบด้วย
  » ไดโนพลอส โทรเมธามีน เทียบเท่า ไดโรพรอส     5    มิลลิกรัม
  » เบ็นซิล แอลกอฮอล์                                               9     มิลลิกรัม
  » น้ำกลั่นบริสุทธิ์สำหรับฉีดในปริมาณที่เติมลงจนครบ      1    ซีซี

สรรพคุณ :



ลูทาไลส์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยพรอสตาแกลนดิน เอฟ-2 อัลฟา (Prostaglandin F2 a) ที่เกิด
ขึ้นตามธรรมชาติจึงช่วยทำให้คอร์ปัสลูเทียม (Corpus Luteum) สลายตัวอย่างรวดเร็ว และฮอร์โมน
โปรเจสโตรโรนจะลดลงสู่ระดับปกติ แล้วสัตว์จะแสดงอาการการเป็นสัดปรากฎให้เห็น ตลอดจนมี
การตกของไข่ (Ovulation) เกิดขึ้น ผลที่เกิดขึ้นนี้จะช่วยให้สามารถกำหนดเวลาในการผสมเทียม
ได้สะดวกยิ่งขึ้น และช่วยแก้ปัญหาคอร์ปัสลูเทียมค้าง

  » กำหนดเวลาการผสมพันธุ์
  » กำหนดการคลอด
  » แก้ปัญหาการคลอดยาก
  » เร่งการเป็นสัดหลังหย่านม
  » เพิ่มรอบการผลิตลูกสุกร

ข้อบ่งใช้ :

ลูทาไลส์ ออกฤทธิ์ในการทำให้คอร์ปัสลูเทียมสลายตัว (Luteolytic Effect) ในโค กระบือ และม้า จึง
สามารถที่จะนำลูทาไลส์มาใช้ประโยชน์ได้หลานทาง คือ
1.ในสัตว์ที่มีวงจรการเป็นสัดอย่างปกติ
โค กระบือ หลังจากฉีดลูทาไลส์ในระยะไดเอสทรัส (Dioestrus) โค กระบือ จะเข้าสู่ระยะ
เป็นสัด (Oestrue) และมีการตกไข่ภายใน 2 - 4 วัน
ม้า ม้าที่อยู่ในระยะไดเอสทรัส (Dioestrus) จะเข้าสู่ระยะเป็นสัด (Oestrue) ภายใน 2 - 4 วัน
เป็นส่วนใหญ่ และจะมีการตกไข่ภายใน 6 - 12 วัน หลังจากฉีดลูทาไลส์
2.ในสัตว์ที่มีคอร์ปัสลูเทียม ที่ทำหน้าที่อยู่อย่างปกติ แต่ไม่แสดงอาการเป็นสัดออกมาให้เห็น
(Suboestrus or silent heat cows and difficult - to- breed mares)
โค กระบือ สัตว์บางตัวอาจมีรังไข่ที่ทำหน้าที่เป็นปกติ แต่สัตว์ตัวนั้นไม่แสดงอาการเป็นสัด
เช่น ในระหว่างให้น้ำนมในกรณีสัตว์ที่มีคอร์ปัสลูเทียมค้างอยู่ และไม่มีการตกของไข่ใน 4 วัน
ที่ผ่านมา เมื่อฉีดลูทาไลส์ให้แก่สัตว์จะทำให้เกิดการสลายตัวของคอร์ปัสลูเทียมแล้วสัตว์จะ
แสดงอาการเป็นสัด และมีอาการตกไข่ (Ovulation) ในการผสมพันธุ์สัตว์ไม่ว่าจะเป็นวิธีการ
ผสมพันธุ์สัตว์ไม่ว่าจะเป็นวิธีผสมธรรมชาติโดยใช้ตัวผู้ หรือจะใช้การผสมเทียม หลังจากฉีด
ลูทาไลส์แล้ว เราอาจทำการผสมได้ต่อเมื่อสัตว์แสดงอาการเป็นสัดให้เห็นแล้ว หรือผสมใน
กำหนดเวลาคือ หลังฉีดลูทาไลส์ 78 ชั่วโมง เพียงครั้งเดียว หรือผสมสองครั้ง 72 และเมื่อ 90
ชั่วโมง หลังจากฉีดลูทาไลส์ก็ได้
ม้า ม้าที่มีระยะไดเอสทรัส (Dioestrus) นาน และไม่แสดงอาการเป็นสัดอย่างปกติ ซึ่งมีบางราย
ที่เป็นเช่นนี้แม้ในฤดูผสมพันธุ์ เมื่อตรวจดูจะพบว่าคอร์ปัสลูเทียม และระดับของโปรเจสเตอโรน
คงที่ นอกจากนี้ยังมีแม่ม้าที่อยู่ในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ เช่น ม้าที่ผสมไม่ติดในฤดูผสมพันธุ์
(Barren) ม้าที่ไม่เคยผสมติดมาก่อนเลย (Maiden) ม้าที่กำลังอยู่ในระยะให้นมลูก แม่ม้าที่
เพิ่งจะเกิดการแท้ง แม่ม้าที่ลูกตายในท้องหรือมีลูกกรอก แล้วแม่ม้าที่ท้องเทียม ใช้ลูทาไลส์ช่วย
แก้ไขได้ เพราะลูทาไลส์จะทำให้คอร์ปัสลูเทียมสลายตัว และม้าจะแสดงอาการเป็นสัด และบาง
ตัวจะไม่มีการตกไข่ (Ovulation)
3. ใช้ลูทาไลส์ในการทำแท้ง ในบางกรณีที่จำเป็นในบางระยะของการตั้งครรภ์ เช่น ตรวจพบว่า
ลูกตายในท้อง ลูกกรอก แต่อาจเิกิดอันตรายได้ ถ้าปากมดลูกไม่เปิด
4.ลูทาไลส์ในการทำคลอด โค กระบือ ฉีดลูทาไลส์เมื่อตั้งครรภ์ 270 วันไปแล้ว สัตว์จะคลอดลูก
ภายใน 1 - 8 วัน (โดยเฉลี่ย 3 วัน ในกรณีนี้ต้องพิจารณาแล้วว่าถ้าลูกในครรภ์จะมีขนาดโต
ผิดปกติ จึงต้องการให้คลอดเร็วขึ้น แต่ต้องแน่ใจว่าลูกในครรภ์แข็งแรงพอแล้วจึงควรใช้
ลูทาไลส์)
5.ใช้ในการรักษาโรคมดลูกอักเสบเรื้อรัง หนองในมดลูก (ใน โค กระบือ) โรคมดลูกอักเสบใน
โค กระบือ มักจะเกิดขึ้นหลังคลอด 2 - 3 สัปดาห์ โดยจะเห็นของเหลวมีหนองปนไหลออกมา
ทางช่องคลอด ฉีดซ้ำได้ภายใน 10 - 12 วัน ถ้ายังไม่หาย
สุกร   ในสุกรลูทาไลส์ จะสามารถจัดโปรแกรมการคลอดของแม่สุกรได้ตามความต้องการ
โดยอาจหลีกเลี่ยงไม่ให้สุกรคลอดในบางช่วงที่ไม่สะดวก (เช่นวันหยุดสุดสัปดาห์ ตรุษจีน ฯลฯ)
และให้สุกรคลอดในวันเวลาที่ต้องการ

ข้อห้าม :


1.  ใช้ในสัตว์เท่านั้น ห้ามใช้ในมนุษย์
2.  ไม่ควรฉีดลูทาไลส์ให้แก่ โค กระบือ ที่เป็นโรคทางระบบไหลเวียนของโลหิต, ระบบทางเดินอาหาร,
      ระบบหายใจหรือระบบสืบพันธุ์


คำเตือน :


1.  ลูทาไลส์ จะไม่ได้ผลถ้าฉีดก่อนวันที่ 5 หลังการตกของไข่ (Ovulation) ครั้งก่อน
2.  ถ้าปากมดลูกไม่เปิด สัตว์อาจจะตายได้เนื่องจากมดลูกฉีกขาด
3.  ผู้ฉีด หรือสัตวแพทย์ จะต้องไม่เป็นบุคคลที่เป็นหืด หรือโรคทางระบบหายใจ หรือระหว่างตั้งครรภ์


ผลข้างเคียง :







1.ถ้าฉีดลูทาไลส์เกินขนาดแนะนำถึง 5 เท่า หรือ 10 เท่า อุณหภูมิสัตว์จะสูงขึ้นชั่วขณะแต่จะ
ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์
2.โค กระบือ บางตัวเท่านั้นที่จะมีน้ำลายมากผิดปกติชั่วคราว
3.ม้าบางตัวอาจมีเหงื่อไหลมากผิดปกติ แต่จะเป็นชั่วคราวเท่านั้น
4.ในสุกรบางตัว หลังจากได้รับยาประมาณ 15 นาที จะมีอุณหภูมิของร่างกายเพิ่มขึ้น หายใจ
เร็วขึ้น มีน้ำลายไหล ขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ กระสับกระส่าย ทำหลังโก่ง ถูกรง ตะกุยพื้น ซึ่ง
อาการเหล่านี้เกิดกับสุกรใกล้คลอดตามปกติอยู่แล้ว และอาการต่างๆ จะหายไปเองภายใน
1 ชั่วโมง

ข้อควรระวัง :








1.เก็บยานี้ให้ไกลจากสตรีมีครรภ์
2.น้ำนมของโค กระบือ ที่ได้รับการฉีดลูทาไลส์ ยังใช้เลี้ยงสัตว์ และใช้ดื่มได้
3.ไม่ควรใช้เนื้อสัตว์บริโภคก่อนระยะ 24 ชั่วโมง หลังการฉีดลูทาไลส์
4.ก่อนฉีดลูทาไลส์ ต้องตรวจครรภ์ก่อนทุกครั้ง เพราะถ้าสัตว์มีครรภ์ จะทำให้แท้งได้ถ้าฉีด
เกินขนาด
5.อย่าฉีดเข้าเส้น และห้ามใช้ในมนุษย์
6.การเร่งการคลอดโดยใช้ยานี้ในสุกรที่ตั้งท้องมากกว่า 72 ชั่วโมง ก่อนถึงกำหนดคลอด
จะทำให้ลูกสุกรอ่อนแอ และตายได้

ขนาดการใช้ :









โค กระบือ    ฉีดครั้งละ 5 ซีีีีซี (มี PGF, Alpha Activity 25 มิลลิกรัม)
ถ้าใช้ขวดที่เกินกว่า 5 ซีซี การดูดน้ำยาแต่ละโด๊สต้องระวังเรื่องความสะอาดให้ดีที่สุด ต้องทำ
ความสะอาด และฆ่าเชื้อที่ขวดยาด้วย และใช้เข็มกับกระบอกฉีดยา ที่สะอาดฆ่าเชื้อโรคอย่างดี
ีแล้วทุกครั้ง
ม้า     ฉีดเข้ากล้ามตัวละ 1 ซีีีีซี (5 มิลลิกรัม) เท่านั้น และใช้เข็มกับกระบอกฉีดยาที่ฆ่าเชื้อโรค
อย่างดีแล้วทุกครั้ง
สุกร     ให้ขนาด 10 มิลลิกรัม (2 ซีซี) เข้ากล้าม เพื่อชักนำให้เกิดการคลอดในแม่สุกรที่ตั้งท้อง
ช่วงสุดท้าย (ประมาณ วันที่ 111 - 113) และใช้เข็มกับกระบอกฉีดยาที่ฆ่าเชื้อโรคอย่างดีแล้วทุกครั้ง











     รีเซฟทอล® - Receptal®    ยาฉีดสำหรับสัตว์

รีเซฟทอล® - Receptal®
    ฮอร์โมนสังเคราะห์ชนิดน้ำสำหรับฉีด เพื่อกระตุ้นให้ปล่อยฮอร์โมน LH (Luteinizing hormone) และฮอร์โมน
FSH (Follicle-stimulating hormone) จากส่วนหน้าของต่อมพิทูอิทารี่ใต้สมอง

ส่วนประกอบ :


รีเซพทอล 1 มิลลิิลิตร ประกอบด้วย 0.0042 มิลลิกรัม
บิวเซเรลิน อะซีเทต (Buserelin acetate) เทียบเท่ากับ 0.004 มก. บิวเซเรลิน และ 10 มก. ของ
เบนซิลอัลกอฮอล์ (Benzyl alcohol) ซึ่งเป็นสารกันเสีย

สรรพคุณ :
วัว ใช้รักษา :
ขนาดการใช้

กรณีผสมไม่ติดที่มีสาเหตุมาจากรังไข่โดยเฉพาะ



  • ภาวะถุงน้ำในรังไข่ (Follicular cysts) ที่มีหรือไม่มีอาการของการเป็นสัดอย่างรุนแรง (nymphomania)

5 มล.




  • ภาวะไม่เป็นสัดในกรณีที่มีรอบการเป็นสัดปกติและไม่ปกติ

5 มล.




  • ภาวะการตกไข่ยืดยาวออกไป

2.5 มล.




  • ภาวะไข่ลีบเล็กลง (Follicle atresia)

2.5 มล.
เพื่อเพิ่มอัตราการผสมในการทำผสมเทียมหรือในกรณีกระตุ้นให้เกิดการ
เป็นสัดใกล้เคียงกัน
2.5 มล.


เพื่อป้องกันปัญหาการผสมไม่ติดโดยกระตุ้นให้เกิดรอบการเป็นสัดแต่เนิ่นๆ
หลังการคลอด
5 มล.


ม้าแม่พันธุ์ ใช้รักษา :
ขนาดการใช้

ภาวะถุงในรังไข่เปลี่ยนแปลงโดยมีหรือไม่มีการแสดงภาพเป็นสัดเรื้อรัง
หรือถาวร
10 มล.


ภาวะไม่เป็นสัดของม้าที่ยังไม่มีรอบการเป็นสัดเลย
5 มล.

สองครั้งห่างกัน 24 ชม.




  • เหนี่ยวนำให้มีการตกไข่

10 มล.





  • เพื่อทำให้เกิดการตกไข่ตามเวลาที่กำหนดแน่นอนและเพื่อที่จะผสม
    ตามเวลาที่กำหนด

10 มล.





  • เพื่อเพิ่มอัตราการผสมติด

10 มล.




  • เพื่อทำให้มีรอบการเป็นสัดยาว หรือเป็นสัดถาวร

10 มล.

กระต่าย ใช้รักษา :
ขนาดการใช้




  • เพื่อเพิ่มอัตราการผสมติด

0.2 มล.




  • เพื่อเหนี่ยวนำให้มีการตกไข่ภายหลังการคลอด

0.2 มล.

ปลา (Rainbow trout) ใช้รักษา :
ขนาดการใช้




  • เพื่อช่วยในการรีดไข่ปลาในฤดูวางไข่

0.75 - 1 มล./ น้ำหนัก 1 กก.




  • เพื่อลดอัตราการตายเนื่องจากไข่เกาะติดรังไข่
    (egg binding)

0.75 - 1 มล./ น้ำหนัก 1 กก.



ปลาน้ำจืดในประเทศไทย ใช้รักษา :
ขนาดการใช้




  • เพื่อกระตุ้นการวางไข่ในการผสมเทียมปลาน้ำจืด
7.5 มล./ น้ำหนักปลา 1 กก.

เช่น ปลาดุก, ปลาตะเพียน                                                         (30 ไมโครกรัม/น้ำหนักปลา 1 กก.)


วิธีการใช้
รีีเซฟทอล เป็นยาที่แนะนำให้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ, หรืออาจฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และใต้ผิวหนัง
ก็ได้

ข้อควรสังเกต : วัวแม่พันธุ์

          ในการรักษาถุงน้ำดีในรังไข่ (Follicular cysts) ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้มือตรวจหา เพราะตอร์ปัส ลูเตียม จะสัมผัสได้
ง่าย หลังจากฉีด รีเซฟทอล 8 วัน ในขณะเดียวกันถุงน้ำก็จะหดหายไป
          การตอบสนองต่อการรักษาควรจะตรวจดูหลังจาก 10 - 14 วัน ถ้าตรวจไม่พบคอร์ปัส ลูเตียม หรือถ้ามีถุงน้ำเกิดขึ้น
มาใหม่ จะต้องทำการฉีดรักษาซ้ำ การผสมพันธุ์จะต้องทำในระหว่างการเป็นสัดครั้งแรก    ซึ่งจะเกิดขึ้นเฉลี่ย 20 วันหลัง
จากการฉีดรักษา อัตราการผสมติดจะเพิ่มขึ้นอีก ถ้าฉีดรีเซฟทอล 2.5 มล. อีกครั้ง
         ภาวะไม่เป็นสัดในกรณีที่มีรอบการเป็นสัดปกติ  และไม่ปกติ   (Anoestrus in cycling and non-cycling animals)
ถ้าหลังจากฉีดรักษาแล้ว 10 - 12 วัน ไม่เป็นสัดอีกควรจะตรวจรังไข่ ถ้าตรวจพบว่ารังไข่ยังไม่ทำงานจะต้องทำการรักษา
ซ้ำ  ถ้าตรวจพบว่ามีการพัฒนาของคอร์ปัส ลูเตียม   ควรจะฉีด อิลิเร็น  หรือสารพรอสตาแกลนดิน  เพื่อให้แสดงอาการเป็น
สัด ไม่เช่นนั้นจะต้องรอ 10 - 14 วัน เพื่อให้แสดงอาการเป็นสัดตามธรรมชาติ
          ถ้าในวัวแม่พันธุ์  ที่ไม่แสดงอาการเป็นสัดภายนอกให้เห็น   แต่สัมผัสคอร์ปัส ลูเตียมได้  ไม่แนะนำให้ฉีดรีเซฟทอล
ในภาวะเช่นนี้
          การตกไข่ยืดยาวออกไป  และไข่ลีบเล็กลง    (Delayed ovulation and follicular atresia)   ควรจะฉีดในขณะที่
ผสมพันธุ์ หรือฉีดก่อนผสมภายใน 6 ชั่วโมง การตกไข่จะเกิดขึ้นภายใน24 ชั่วโมง หลังการฉีดรักษา
          เพื่อเพิ่มอัตราการผสมติด (An improvement in conception rate) จะได้ผลต่อเมื่อมีการตกของไข่อย่างแท้จริง
ึ่ซึ่งจะทำได้โดยการฉีด รีเซฟทอลขณะผสมพันธุ์หรือภายใน 6 ชั่วโมงก่อนการผสมพันธุ์
          เพื่อป้องกันการผสมไม่ติด (Prophylaxis of fertility disorders) ซึ่งจะต้องฉีด รีเซฟทอลระหว่างวันที่ 10 และ 14
หลังการคลอด  ผลจะทำให้เกิดการตกไข่ภายใน 24 ชม.    และมีรอบการเป็นสัดตามปกติแต่เนิ่นๆ  รีเซฟทอล สามารถลด
ปัญหาการผสมไม่ติด  ที่มีสาเหตุจากรังไข่ได้อย่างชัด  นอกจากนี้ยังทำให้อัตราการผสมติดดีขึ้น  ในวัวแม่พันธุ์ที่มีปัญหา
รกค้าง  หรือฝูงวัวที่มีปัญหาการเป็นถุงน้ำในรังไข่เพิ่มขึ้น  ในกรณีการรักษาผนังมดลูกอักเสบ   รีเซฟทอลก็มีความจำเป็น
ด้วยเช่นกัน

ข้อควรสังเกต : ม้าแม่พันธุ์

          ภาวะถุงในรังไข่เปลี่ยนแปลง (Cystic changes of the ovaries) ปกติการฉีดรักษาเพียงครั้งเดียวก็พอ ถ้าไม่มีการ
ตอบสนองหลังจากฉีดแล้ว 10 - 14 วัน เช่น ถุงน้ำไม่หดหายไป หรือการเป็นสัดยืดเยื้อ หรือถาวรนั้นยังไม่หมดไป จะต้อง
มีการฉีดรีเซฟทอลซ้ำอีก
          ในกรณีที่ยังไม่มีรอบการเป็นสัด  (Non - cycling animals)     ถ้าไม่แสดงอาการเป็นสัดภายใน 10 วัน จะต้องฉีด
รีเซฟทอล อีกในวันที่ 11 และ 12 หลังจากฉีดครั้งแรก ในม้าแม่พันธุ์ที่ไม่แสดงอาการเป็นสัดแต่มีคอร์ปัส ลูเตียม ในกรณี
นี้จะต้องฉีดอิลิเร็น หรือพรอสตาแกลนดิน   เพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดการตกไข่   (To induce ovulation)   รีเซฟทอลจะฉีดให้
เร็วที่สุดก่อนเวลาที่คาดว่าจะมีการตกไข่ เช่น วันที่ 2 หรือ วันที่ 3  ของการเป็นสัดของม้าแม่พันธุ์ที่มีการเป็นสัดสั้น หรือ
วันที่ 7 หรือ 8 ของการเป็นสัดของม้าแม่พันธุ์ที่มีการเป็นสัดยาว ถ้าฉีดรีเซฟทอล ระยะแรกๆ  ของการเป็นสัดจะไม่ได้ผล
การตกไข่ปกติจะเกิดขึ้นภายใน 24 - 36 ซม. หลังการฉีด รีเซฟทอล ถ้าไม่มีควรจะฉีดซ้ำอีก
ข้อควรสังเกต : กระต่าย

          เพื่อเพิ่มอัตราการผสมติด  (To increase the conception rate)    รีเซฟทอล  จะต้องฉีดในขณะที่มีการผสมพันธุ์
          เพื่อเหนี่ยวนำให้มีการตกไข่หลังการคลอด (โดยเฉพาะหลังจากมีการเหนี่ยวนำให้เกิดการคลอดโดยใช้ Orasthin)
(อ๊อกซิโตซิน) ในวันที่ 31 ของการตั้งท้อง) รีเซฟทอล ควรจะฉีดหลังการคลอด 24 ชม. จากนี้ก็ทำการผสมพันธุ์ทันที
ข้อควรสังเกต : ปลา (Trout)

          เพื่อช่วยในการรีดไข่ตัวเมีย   และรีดน้ำเชื้อตัวผู้ในฤดูวางไข่    และลดอัตราการตายเนื่องจากไข่เกาะติดรังไข่้  ฉีด
รีเซฟทอล ในขนาด 3 - 4 ไมโครกรัม บิวเซเรลิน ต่อน้ำหนัก 1 กก. โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณโคนครีบหลังเหนือเส้น
ข้างตัว 2 ซม. การรีดไข่ควรทำหลังจากฉีดรักษาแล้ว 2 - 3 วัน

ข้อห้ามและคำเตือน :-   ห้ามใช้ยานี้ในปลา (Trout) ที่ใช้บริโภค
-   ห้ามนำปลาทุกชนิดไปบริโภคหลังจากใช้ยานี้
การเก็บรักษา :เก็บยาไม่ให้ถูกความร้อน ควรเก็บยานี้ไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส
ขนาดบรรจุ :ขวดละ 10 มิลลิลิตร























































     เฟอร์ตากิล® - Fertagyl®  ยาฉีดสำหรับสัตว์   





เฟอร์ตากิล® - Fertagyl®
ส่วนประกอบ :
  » ใน 1 ซี.ซี.  ประกอบด้วย Gonadorelin 0.1 มก.

สรรพคุณ :


Gonadorelin เป็นสารสังเคราะห์ออกฤทธิ์แบบ Gn RH (Gonadotrophin Releasing Hormone) ทางธรรมชาติ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสมองส่วนหน้า (Anterior Pituitary) ทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมน FSH และ LH ออกมาทำให้ไข่ (Follicle) สุกเต็มที่ และเกิดการตกของไข่ (Ovulation) ตามมา Gonadorelin มีผลต่อรังไข่ในช่วงของการสร้างไข่ (Follicular phase) ในวงจรการเป็นสัด

ข้อบ่งใช้ :



โค, กระบือ ในกรณี
-    Cystic Ovaries ให้ฉีดเฟอร์ตากิลทันทีที่ตรวจพบอาการ
-    ป้องกันการตกไข่ช้ากว่าปกติ (Delayed Ovulation) ให้ฉีดเฟอร์ตากิล ในวันที่ทำการผสมพันธุ์
-    เพื่อให้มีการกลับสัดเร็วขึ้นหลังคลอด ให้ฉีดเฟอร์ตากิล ในช่วงหลังคลอดไม่เกิน 40 วัน หลังคลอด

วิธีใช้และขนาดของยา :
ให้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
โค, กระบือ
-Cystic Ovariesตัวละ5 ซี.ซี.
-ป้องกันตกไข่ช้ากว่าปกติ ตัวละ2.5ซี.ซี.
-เพื่อให้มีการกลับสัดเร็วขึ้นหลังคลอดตัวละ2.5ซี.ซี.


การเก็บรักษา:
เก็บในที่มืด และเย็น อุณหภูมิ 15 – 25 องศาเซลเซียส








     โกนาบรีด - GONAbreed  ยาฉีดสำหรับสัตว์   

โกนาบรีด - GONAbreed
ส่วนประกอบที่ออกฤทธิ์ :
  » GONADORELIN ในรูปของเกลืออะซีเตท 100 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร

สรรพคุณ :


ใช้สำหรับโปรแกรมปรับให้สัตว์มีการเป็นสัดพร้อมกันโดยใช้ร่วมกับพลอสต้าแกรนดินเอฟทูอัลฟ่า (PGF2œ), รักษาโรคถุงน้ำในรังไข่, ป้องกันการตกไข่ที่ล่าช้า และปรับปรุง การผสมติดหลังคลอดในโคใช้ตามใบสั่งยาโดยสัตวแพทย์เท่านั้น

การออกฤทธิ์ :


Gonadorelin ชักนำให้มีการสังเคราะห์และหลั่งโกนาโดทรอปินจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า ได้แก่ LH และ FSH โดย LH และ FSH ออกฤทธิ์ที่รังไข่กระตุ้นการเจริญเติบโต ของไข่ (Ovarian follicle) และการตกไข่

วิธีใช้และขนาดของยา :
โค   ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อที่บริเวณกลางลำคอด้านหน้า
-    ถุงน้ำในรังไข่ 5 มล. (500 ไมโครกรัม Gonadorelin) โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
-    ป้องกันการตกไข่ล่าช้า 2.5 มล. (250 ไมโครกรัม Gonadorelin) โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
-    ปรับปรุงการผสมติดภายหลังคลอด 2.5 มล. (250 ไมโครกรัม Gonadorelin)
โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

ทำให้ไข่ตกพร้อมกัน 1 มล. (100 ไมโครกรัม Gonadorelin) ต่อหนึ่งครั้งโดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
ตามโปรแกรมดังนี้

-    วันที่ 0 ฉีด Gonabreed 1 มล.
-    วันที่ 7 ฉีด Estroplan 2 มล. หรือให้ Estroplan
-    วันที่ 9 ฉีด Gonabreed 1 มล.
ฉีดน้ำเชื้อ 8 – 24 ชั่วโมงหลังจากให้ GnRH เป็นครั้งที่สอง

ระยะเวลาหยุดยา :
ระยะเวลาหยุดยา สำหรับ
เนื้อ: ไม่มี, น้ำนม: ไม่มี

การเก็บรักษาและการกำจัดยา:
  เก็บในที่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส (ในห้องปรับอากาศ) กันไม่ให้ถูกแสง
  หลังจากดูดยาในครั้งแรก ให้ใช้ยาที่เหลือภายใน 28 วัน หรือทิ้งยาส่วนที่ไม่ได้ใช้นั้นไป
  ทิ้งภาชนะเปล่าโดยการห่อด้วยกระดาษแล้วหย่อนใส่ถังขยะ

















     เอสโตรเพลน - Estroplan  ยาฉีดสำหรับสัตว์   

เอสโตรเพลน - Estroplan
ส่วนประกอบที่ออกฤทธิ์ :
  » CLOPROSTENOL ในรูปของเกลือโซเดียม 250 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร

สรรพคุณ :









    •   เหนี่ยวนำวงจรการเป็นสัดให้เกิดขึ้นพร้อมกัน เพื่อควบคุมการผสมพันธุ์สัตว์
      ใช้ช่วงหลังคลอดใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงสมรรถนะด้านสืบพันธุ์
      ใช้กับการเป็นสัดที่ไม่สังเกตเห็นได้
      ยกเลิกการตั้งท้องตามปกติที่ไม่ต้องการ (เช่นการตั้งท้องกับพ่อพันธุ์ที่ไม่เหมาะสม)
      ยกเลิกการตั้งท้องที่ไม่ปกติ (เช่นขับลูกโคที่ตายในท้องแม่ออก)
      ชักนำให้มีการคลอด
      ช่วยขับการตกค้างของเยื่อหุ้มรก มดลูกเป็นหนอง หรือเยื่อบุผนังมดลูกอักเสบ
      ช่วยรักษาการเกิดถุงน้ำในรังไข่ (การเกิดถุงน้ำรังไข่ในคอร์ปัสลูเทียม)



วิธีใช้และขนาดของยา :

  ไม่ใช้ในสัตว์ท้อง เมื่อไม่มีความต้องการให้มีการทำแท้ง หรือชักนำให้คลอด
  ไม่ให้ทางเส้นเลือดดำ
  ไม่ให้ในแม่ม้าที่กำลังมีปัญหาความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ
อย่างเฉียบพลันหรือกึ่งเฉียบพลัน

โค :

  • ให้ยาปริมาณ 2 มล. (Cloprostenol 500 ไมโครกรัม) ครั้งเดียว หรือให้ซ้ำหลายครั้ง
    โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

ม้า :

  • ที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่า  400 กก. : 0.5 – 1 มล. (Cloprostenol 125 - 250 ไมโครกรัม) โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า  400 กก. : 1 - 2 มล. (Cloprostenol 250 - 500 ไมโครกรัม)
โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

ระยะเวลาหยุดยา :
ระยะเวลาหยุดยาสำหรับเนื้อ ไม่น้อยกว่า 1 วันก่อนส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์เพื่อการบริโภคเป็นอาหารคน
ระยะเวลาหยุดยาของน้ำนมไม่มี

ข้อห้ามใช้ :
สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ คนที่เป็นโรคหอบหืด หรือโรคเกี่ยวกับหลอดลม ห้ามทำหน้าที่หยิบจับยา Cloprostenol โดยเด็ดขาดเพราะยาอาจชักนำให้เกิดการแท้งหรือเกิดหลอดลมหดตัวอย่างเฉียบพลัน ควรใส่ถุงมือเมื่อฉีดยา

  Cloprostenol ดูดซึมผ่านทางผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว เมื่อผิวหนังสัมผัสกับยา Cloprostenol ต้องล้างออกอย่างรวดเร็วด้วยสบู่และน้ำ

ฤทธิ์ที่ไม่พึงประสงค์ :
  ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราวที่มีการสังเกตพบหลังจากฉีดยาพลอสต้าแกลนดินเข้าทาง
กล้ามเนื้อ
  ผลเช่นนี้โดยทั่วไปแล้วเกิดขึ้นได้แล้วก็หายไปในระยะเวลาอันสั้น และมีผลเสียต่อสัตว์น้อย

ในแม่โค มีรายงานว่า อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้น มีน้ำลายไหล
  โดยทั่วไปมักจะเกี่ยวข้องกับการให้ยา 5-10 เท่า ของขนาดที่แนะนำ
  จากการทดลองให้ยา 50-100 เท่าของขนาดที่แนะนำ แก่โคมีผลทำให้อาการไม่ปกติ น้ำลายไหล
และน้ำนมซึมหก แต่ไม่มีผลไม่พึงประสงค์อื่นๆ อีก

  ในแม่ม้า พบว่าเกิดอาการเหงื่อไหล อัตราการหายใจ และอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น เดินโซเซ
อุจจาระไหลเป็นน้ำ และอาการปวดท้อง
  อาการเช่นนี้ มักเป็นผลมาจากขนาดยาที่มากเกินไป และโดยทั่วๆไปอาการที่เกิดขึ้นจะไม่รุนแรง
และเกิดขึ้นอย่างสั้นๆ แล้วหายไป




การเก็บรักษาและการกำจัดทิ้ง:
  เก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส (ในห้องปรับอากาศ) ป้องกันแสง
  ทิ้งภาชนะบรรจุที่ใช้แล้วด้วยการห่อด้วยกระดาษและใส่ในถังขยะ























     ลอราโบลิน - Laurabolin   ยาฉีดสำหรับสัตว์





ลอราโบลิน - Laurabolin
ส่วนประกอบ :
ลอราโบลิน ประกอบด้วย Nandrolone Laurate โดยละลายในน้ำมัน

ข้อบ่งใช้ :












               ลอราโบลิน เป็นยาที่มีผลในการช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย (Anabolic effect) และมีคุณสมบัติออกฤทธิ์ได้นาน (3 – 4 สัปดาห์)

              ลอราโบลิน เหมาะสำหรับใช้ช่วยการสร้างโปรตีนของกระดูกและกล้ามเนื้อแทนส่วน
ที่หมดสภาพ ขนาดการใช้ตามที่แนะนำมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเพศผู้ (Androgenic effect)
อยู่น้อยมาก ดังนั้นจึงใช้ได้กับสัตว์เพศผู้และเพศเมีย

               ลอราโบลินมีผลต่อขบวนการเปลี่ยนแปลงการทำงานของไนโตรเจน, แคลเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งมีผลการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงในการเสริมสร้าง

              นอกจากนี้ลอราโบลินยังช่วยให้สัตว์อยากกินอาหารมากขึ้น

              ลอราโบลินช่วยให้สัตว์ที่ป่วย แข็งแรงเร็วขึ้นเป็นผลให้ลดระยะพักฟื้นของสัตว์ที่ป่วยเป็น
โรคเรื้อรัง ลอราโบลินช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายในทุกกรณีที่ต้องการเร่ง
การเจริญเติบโต



  • ช่วยให้สัตว์แข็งแรงเร็วขึ้น หลังจากหายป่วยเป็นโรคเรื้อรัง และติดพยาธิ
  • ช่วยให้สัตว์แข็งแรงเร็วขึ้น ภายหลังมีปัญหาคลอดลูกยาก
  • ช่วยให้สัตว์แข็งแรงก่อน และหลังผ่าตัด
  • ช่วยให้กระดูกเชื่อมต่อติดกันเร็วขึ้นภายหลังจากมีปัญหากระดูกหัก
  • สัตว์ซึ่งเป็นโรคกระดูกอ่อน หรือการเจริญเติบโตของกระดูกอ่อนผิดปกติ
  • ใช้กับแม่โคนมซึ่งกระดูกอ่อนเนื่องจากให้นมมาก
  • ใช้กับสัตว์เพื่อช่วยให้กินอาหารมากขึ้นซึ่งช่วยในการเร่งการเจริญเติบโต


วิธีใช้และขนาดของยา :
ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือเข้าใต้ผิวหนัง 1 ม.ก. ต่อน้ำหนักสัตว์ 1 ก.ก.     ขนาดที่ใช้สูงสุด คือ
โค, กระบือ
ตัวละ      200 ม.ก.
ลูกโค, สุกร
ตัวละ      100 ม.ก.
แพะ, แกะ
ตัวละ      50 ม.ก.
ทุกๆ 2 อาทิตย์

วิธีการเก็บรักษา :
เก็บที่อุณหภูมิ 22 ± 2 องศาเซลเซียส ในที่มืด

ระยะเวลาหยุดยา :
7 วัน
ข้อควรระวัง :การใช้ยานี้อาจจะทำให้เกิด Prostatic Hyperplasia


















本人妖大人不在!
       

สมาชิกคนที่: 5438 ของเว็บ
ระดับ: Newbie
โพสต์: 0 กระทู้
เครดิต: 2 จุด
0
2
0


ออนไลน์: 0 ชั่วโมง
เข้าสู่ระบบ: 2012-09-28
EXP:
โพสต์เมื่อ 2012-09-28 16:00:47 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เป็นวิทยาทานที่ดีมากเลยครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

www.siamindu.or.th ( http://www.siamindu.or.th ) Page Rank

GMT+7, 2012-09-28 03:23 , Processed in 0.096554 second(s), 28 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Template Design by เก็บตะวัน ดอทคอม

© 2001-2011 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน